Surapong's profileloun...lounPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 24

    วัน..งานมาก

    อยู่กะคอมตลอดเลยอาทิตย์นี้
    ..........
    แต่มีอยู่วันหนึ่งที่ต้องวิ่งเอางานไปส่ง
    ที่โรงแรมแถวสะพานควาย...นั้นเป็นวันเดียวที่จำได้ว่า
    ได้นั่งรถออกไปนอกบ้าน
     
     
     
    งานคอนเสิร์ต HUNGERFREE ต้องตกกระไดพลอย..กลายเป็นโจรไปด้วย
    หลังจากแค่ รับงานออกแบบ Communication ที่เป็นดีไซน์แค่นั้น
    ดันไปสมัครเป็น Valunteer กลายเป็นภรรยากำนันไป
    ทั้งแถมด้วยงานอินทีเรีย .. สถานทีไปในตัวอีกต่างหาก
    .........................
    แต่ตอนนี้เลือกงั้นมากขึ้น
    เอางานที่มีสาระหน่อย ล่าสุดก็งาน สิทธิสตรีกับความรุนแรง
    งานของ NGO เดอะบิ๊กๆ ไปพรีเซนต์งานเจอแต่ผู้หญิง..แบบบรรยายไม่ถูกเลย
     
     
    แต่จริงๆ ก็ดีใจที่ได้ช่วยเติมอะไรบางอย่างที่มันสร้างสรรค์
    และก็มันๆ ให้งานรณรงค์เชิงสังคม
    ที่ใครๆ คิดว่ามันทื้อๆๆ ไร่ความคิดสร้างสรรค์
     
     
    ........
    เอาใจช่วยตัวเอง..กะงาน
    และจะกลายเป็น...Valunteer ที่ดี
    แต่ใครจะรู้ว่าความจริงแล้ว
    "ฉันตามผู้หญิงไป"
    ................
     
     
    June 11

    เรื่องของทะเล..........

    เรื่องราวของนักเดินทางที่รักทะเล 2 คน
    เขา...สองคน
    เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียน
    เขารักทะเล ตกปลา แล่นเรือ
    สนุกสนานกับการท่องทะเลไปเรื่อยๆ
    จู่ๆๆๆ เขาสองคนก็แชร์ความฝัน...
    ตรงกันว่า
    ทั้งคุ่จะมีบ้านริมทะเลสักหลัง
    บนเกาะสักเกาะ..หรือริมหาดสักแห่ง
    ........
    พวกเขาเคยผูกเปลญวณ..นอนฟังเสียงคลื่น
    แลบลิ้น..กินลมทะเล...
    ........
    อยู่ๆ..อีกคนก็เปลี่ยนฝัน....
    จากไป
    ก่อนสึนามิมาสะอีก
    ..................
    เหลือแต่คนที่ยังรักทะเล หาดทราย อีกคน
    แต่ทะเล ทรายขาวสบายเท้า
    ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
    จนวันหนึ่งเขาได้เข้าใจว่า
    จริงๆ แล้วเขาไม่ได้ตกหลุมรักทะเล
    กะ หาดทรายขาวเลย
     
    และตั้งแต่วันนั้น
    ที่เขาคิดได้....
    เขาก็ไม่เคยไปทะเล
    เลย..........
     
     
     
    ภูเขา...ตันไม้....ทุ่งกว้าง
    เดือนที่ผ่านมาเดินทางตลอด
    ชีพจรลงตีน
    จากอีสาน-ตะวันออก-เชียงใหม่
    เรื่องราวมากมาย
     

     
     
    ......................................................
    บางทีก็เริ่มคิดถึงเพื่อนเก่าๆ
    หลายคนที่หายหน้าหายตาไป...เพราะหน้าที่การงาน....
    บางที่มันก็คิดถึงความฝัน...
    และคำพูดของพวกแกหลายๆ คน
    และหลายๆๆ ตัวเหี้ย ตอนเมา
    มันดีน่ะกูว่า...แต่ทำไมตอนพวกมึงหายเมา
    แล้วมักจะลืมคำพูดที่เคยพูดไว้ตอนเมาทุกที่....
    พวกมึงมันสาดดดดดดดด.....
    ..............................................
     
    หลายครั้งที่กูพยายามเขียนจดหมาย
    ส่งโปสการ์ดหาเพื่อนเก่า.....
    บอกเล่าการเดินทาง..ของกู...มันทำให้กูรู้สึกว่า
    พวกแกไม่ได้รู้เหี้ยอะไรเลย........
    จะเหลือแต่ไอ้ตัวเหี้ยที่เมาๆๆ กันทุกวัน
    โปสการ์ดไม่เคยเขียนถึงเพื่อน เขียนหาแต่หญิง
    ...........................................
     
    การเดินทางสู่อีสาน
    ของพวกกูจึงมีแต่กูและกูและกูและกูแค่สี่คน....
    ไอ้ที่แลบลิ้นรับปากไว้...ไม่โผล่
    รู้ไหมว่าพวกกูต้องแบกหนังสือพอๆ กะ สิบกว่าคนที่รับปากว่าจะเดินทางด้วยแบก
    แต่มันไม่ใช่ความทุกข์หรอกเพื่อน.......
    ที่เขียนไว้ในนี้ คงมีเหี้ยแค่เพียงบางตัวได้อ่าน
    เพราะอีกหลายตัวปฎิเสธ ไดอะรี่บนไซเบอร์
    แน่นอนมันสู้ไม่ได้กะการที่จะเขียนโปสการ์ดถึงพวกมึงสักแผ่น..
    ................
     
    นี้เป็นข้อความของโปสการ์ด..จากการเดินทางไปอีสาน
    สำหรับพวกแก
    ..............................................................................
    ..............................................................................
    พวกแกจะรู้เหี้ยอะไร
    ว่าการเดินทางด้วยรถไฟครั้งนี้มันสุดยอดแค่ไหน
    พวกกูได้ซื้อตั๋วรถไฟ..ได้ตั๋วยืน...แต่กูได้นั่ง
    ไม่ต้องงง..เพราะฉันไม่ได้ไปแย่งที่ใครนั่ง
    แต่นั่งกลับพื้นโว้ย
    สิ่งพิเศษอีกอย่างคือ
    โบกี้ที่นั่งเป็นโบกี้สุดท้าย ท้ายสุดของขบวน
    กูกะไอ้สุรวิทย์นั่งตรงประตูท้ายของโบกี้น่ะแหละ
    แม่งเอ้ยลมนี้เย็นสุดยอด
    กลิ่นฉี่กลิ่นอึนี้ลอยว่อนเข้าจมูก
    แต่มันไม่ทำให้เราสองคนต้องผลักจากที่นั่ง
    ท้ายขบวนที่สุดไปได้หรอก
    เพราะเบียร์ที่คุณสุรวิทย์ซื้อกักมาตั้งแต่กรุงเทพฯ
    มันพอสำหรับที่จะให้ไอ้เหี้ยสุรกิอาบได้เลย
    พอพูดถึงมัน มันก็โผล่มา
    แล้วไอ้สุรกิมันก็เมาเต็มที่ ชี้นิ้วมาที่กูแล้วมันบอกว่า
    "มึงจะรู้เหี้ยอะไร
    ว่าอีสานมีของน่ะโว้ย
    ระวังมันจะเข้าตัว..มึง..สาด...
    คนโบราณเขาเล่ามา
    ว่าคนที่เดินทางมาอีสานนักมีอยู่สามแบบ
    หนึ่งมาตามหาคนรักที่ผลัดหลง
    สองคือคนที่จะเดินทางต่อไปเวียงจันทร์
    สามคือคนที่สิ้นหวังในชีวิต
    แล้วมึงจัดอยู่ไหนประเภทไหน"
    กูเลยชี้หน้ามันคืน
    แล้วตอบมันกลับไปว่า
    "มึงจะรู้เหี้ยอะไรสาดด.......
    กูไปหาพ่อกูโว้ย
    สาดดดดดดด......."
    แล้วให้เหี้ยวิทย์ มันก็ร้องเพลง "ด่วน บขส."
    .....................................
    .....................................
    กูขอจบโปสการ์ดแผ่นไปเที่ยวอีสานแค่นี้ก่อน
    แผ่นตอนไปคือ ฉะเชิงเทรา
    แม่งไม่มีเหี้ยตัวไหนไปเลย มีกูกับไอ้สุรกิ สองคน
    ..............