Surapong's profileloun...lounPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 28

    ขออยู่อย่างแพ้........ได้ไหม๊ขอร้องเถอะเพื่อน

    วันศุกร์ที่ผ่านมา...........
    เดินจากคณะมาประตูหน้ามหาลัย
    อย่างคนขี้แพ้
    ก็กูเป็นกู.........กูขี้เกียจเรียนแล้ว
    เดี๋ยวจะกลับมาลาออกวันหลังถ้ามีเวลา
    "มันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตหรอก
    โลกคือโลก...จักรวาลคือจักรวาล
    ระบบเศรษฐกิจคือโครงสร้าง
    ทำไมต้องเอาชีวิตเขาไปในกติกา
    ด้วยไม่จำเป็น........"
     
    ไม่เอาด้วยหรอก
     
    ตกเย็นกินเบียร์กะไอ้สุรแจ็คสองคน
    ที่ข้าวสารซอยรามบุตรี
    ร้าน บาร์ ธา รา
    กินจนอ้วกแตกกันไปข้าง
    กินจนเมา เบลอ จำว่าทำอะไรไปบ้าง
    เสียงเพลง ดนตรี
     
    ชีวิตของกูนี้หว่า
    เพื่อน
    "เดี๋ยวเราประกาศแน่ว่าเรามาแล้ว"
    ไปให้สุดๆ กันเรา.....
     
    July 23

    ตามหาสิ่งนั้น...ที่ท่าน(มึง)ว่าเถอะ

     
     
    ฝนตกอีกวันแล้ว
    ที่ กรุงเทพ
    งานโปสเตอร์ Education 18 แผ่นเสร็จ
    Annaul Report แม้จะยังไม่เสร็จก็ถือว่าจะเสร็จแล้ว
    วีดีโอน้องๆ TLYS นี้สิยังไม่ได้แตะเลย
    แต่ขอไปกินเบียร์ก่อนน่ะ
    ...........
    ...........
    ที่หน้าร้าน ช.ประธุมทอง
    ถนนหน้าพระลาน.........
    ผู้คนล้นออกมานั่งข้างนอกกันหมด
    หมาขี้เลี้อน 2 ตัวนอนหลับอย่างมีสุขที่หน้า
    ที่ทำการไปรษณีย์หน้าพระลาน
    เม็ดฝนตกมาจางๆ มีที่ว่างระหว่างเม็ดให้เดินหลบ
    โดยไม่เปียก
    ก่อนที่จะนั่งพี่คนขายปลาหมึกย่างขนรถผ่าน
    ทันใดก็แดกส์ปลาหมึกย่างในทันที
    ทั้งที่ยังไม่ได้แดกส์เบียร์
    ............................
    นั่งกันเบียร์กัน 3 คน
    กะ ไอ้สุรเอก ไอ้สุรป่าน
    แล้วคุยกันเรื่องหนังสือพิมพ์ในเครือมติชน
    กับคณะรัฐบาลผู้มีอำนาจ..
    แล้วก็คิดถึงไอ้เหี้ย "สุรเชต" นักข่าวมติชนอีกคน
    "แม่งสถานะการมันตรึงเครียดขนาดนี้แม่งไม่เล่าให้ฟังเลย...สาด"
    แล้วก็คิดถึงไอ้เหี้ย "สุรวิทย์" อีกคน
    ผู้ที่ไม่เคยจำคำพูดและการกระทำของตัวเองตอนเมาได้
    วันหนึ่งมันหลุดปรัชญาอินดี้ออกจาปากหมาๆ ของมัน
    ก่อนที่จะอ้วกเอาไก่เน่าออกมาจากปากของมันเช่นกัน
    แล้วมันก็มาหาเรื่องเตะกู พวกมึงแม่งก็เหี้ยปล่อยให้มันเตะกู
    ซ้ำพวกเหี้ยอย่างมึงยังมาเตะกูซ้ำ
    ไอ้เหี้ย "สุรแจ็ค" แม่งก็นั่งหัวเราะอย่างเดียว
    สาด..................
    กูจำคำพูดวันนั้นได้ดี
    เพราะกูเป็นคนจำความเมาเพื่อที่จะเมาชีวิตทุกวันไง
     
    "เห้ย...พวกมึงจะรู้เหี้ยอะไร
    คนเราเกิดมาเพื่อจะเป็นคนหน่มคนสาวน่ะโว้ย
    มึงสังเกตุดู เด็กเกิดมาเพื่อจะเติบโตเป็นคนหนุ่มสาว
    พอเป็นผู้ใหญ่หน่อยก็ต้องมีครอบครับเพื่อที่จะ
    สร้างคนหนุ่มสาวอีกคน
    พอแก่..ก็นั่งดูและชื่นชมคนหน่มสาว
    โลกมันเตรียมไว้สำหรับคนหนุ่มสาว
    ผู้ที่จะมาเปลี่ยนแปลงน่ะโว้ย
    สาด.........."
     
    และนั้นก็เป็นคืนสุดท้ายที่กูได้เจอมัน
    มันไปไหนว่ะ...........
    มันกำลังตามหาอะไรอยู่
    และกูก็เชื่อมันน่ะโว้ย
    กูกำลังจะก้าวจริงๆ แล้ว
    หรือกูจะตามหาก่อนว่ะ
    ..............................
    ถ้าใครเจอไอ้สุรกิ
    ช่วยบอกมันหน่อยน่ะว่า
    มันจำได้เปล่าตอนเมามันที่งานคอนเสิร์ตคาราวาน
    มันไปสารภาพรักพี่ฝน
    "ฝากถามมันหน่อยมันจำได้เปล่า"
    ..........................................
     
    July 21

    ...ก่อน

     
     
    "...ก่อน"
    ก่อนท้องฟ้าจะสดใส
    ก่อนความอบอุ่นของไอแดด
    ก่อนดอกไม้จะผลิบาน
    ก่อนความฝันอันแสนหวาน
     
    เป็นเพลงที่ชอบมากเป็นอันดับหนึ่ง
    ตลอดมาของลิสต์เพลงในดวงใจ
    จับกีตาร์ทีไร..ไม่ร้องเพลงนี้ก็ไม่ใช่เรา...
     
    จากคำพูดของพี่ พราย ปฐมพร คนเขียนเพลง ที่เคยอ่านและยังจดจำ
    ทุกครั้งที่ฟังเพลงนี้จะหยุดทำทุกอย่าง เพื่อที่จะนั่งฟังมันอยากเงียบสงบ
    "เพลง...ก่อน นี่ความจริงจะต้องมี . (จุด) 3 จุดอยู่ข้างหน้าด้วย
    ประโยคเต็มๆ ที่มาของจุดคือ ..เธอจากไปก่อน.. "
    โดยมีแฟนเพลงคนหนึ่ง เขียนจดหมายมาถึงพี่เขาว่า
    พี่สาวของเขารักพี่พรายมาก แล้วพอทราบข่าวว่าจะเลิกร้องเพลง
    เขาเสียใจมากและเสียชีวิตไป
     
    ชอบ "...ก่อน" ก่อนที่โมเดิร์นด๊อกจะเอามาร้องซะอีก
    ชอบ "...ก่อน" มากกว่าชอบพี่ปฐมพรซะอีก
    ชอบ "...ก่อน" เวอร์ชั่นที่มีเสียงน้องผู้หญิง อ่านจดหมายของน้องสาวที่พี่สาวของเธอได้จากไปก่อนแล้ว
     
    เธอจากไปก่อน
    เย็นวันที่ 20 ก.ค. 50
    เย็นวันศุกร์..อากาศเย็นฝนตกพร่ำๆ ปอยๆ
    ออกจากออฟฟิศ
    เดินจากท่าพระจันทร์ ยันท่าพระเสาร์
    กว่าจะถึงท่าพระอาทิตย์...
    กะการเดินตากฝนปอยๆ โปรยปราย
     
    ผ่านร้านที่เคยร้องเพลง "...ก่อน"
    เดินมาถึงร้านหรู.......
    มองเห็นร้านกะเตี๊ยวน้ำตกอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน
    ตัดสินใจข้ามไปนั่งกิน กดซะสองชาม
    ตามด้วยการซื้อเบียร์มานั่งกดริมฟุตบาท
    นั่งมองคนกินข้าวในร้านหรูนั้น
    (ร้านที่เคยพาใครบางคนมากินด้วยกัน)
     
    หนุ่มสาว คู่หนึ่งที่นั่งกินอยู่ชั้นสอง
    มองผ่านบานกระจกใสใหญ่ของร้านมา
    อมยิ้ม ดูคนนั่งกินเบียร์บนฟุตบาท
    ดูเหมือนเขาและหลอนจะมีความสุข
    ในการแอบชำเลืองมอง...การดื่มเบียร์ของข้าพเจ้า
     
    จริงๆ ตังค์ในกระเป๋ามี
    มีพอจะไปนั่งหลบฝนข้างในร้าน
    สั่งเบียร์สดมากระแทกปากให้หายเหงา
    แต่คงไม่มีคนที่มีความสุขคนไหนเข้าไปนั่งกินข้าวและกินเบียร์
    ในร้านแบบนั้น ลำพังคนเดียวหรอก
     
    คิดถึงใครบ้างคนจัง แต่ก็ต้องปล่อยให้มันผ่านไป
    เมื่อเราไม่ใช่มันก็ไม่ใช่อยู่วันยังค่ำ..
    (เราน่าจะเข้าใจปรัชญาข้อนี้ดีอยู่แล้วเนี๊ยะน่า)
    เหมือน อองโม โปโตปาซ๊ กล่าวไว้ว่า
    "เมื่อเขาวางใจให้เราเป็นเพื่อน
    การที่คิดจะรักเพื่อนมากกว่าเพื่อน
    มันก็ไม่ต่างจากการผิดประเวณี..แสดดดดด.."
     
    ...............................................
     
     
    กลับมาห้องนั่งตัดวีดีโอ ให้น้อง TYLS ที่น่ารักทุกคน
    อัพสเปรต
    อัพเบียร์ (ขวดเบียร์เกลื่อนกลาด ระเนระนาด)
    เปิดเพลงช้าๆๆ
    ทำเสร็จจะให้คนละ 1 แพ็คเกตไปเลย
     
    ปล. อย่าลืมคิดถึงกันบ้างน่ะ น้องๆ TYLS
    เพราะจะไม่มีรูปคนถ่าย ในภาพและวีดีโอที่เขาถ่าย
     
     
    ปล.
    เนื้อความในจดหมาย
    ในซิงเกิ้ลเพลง "...ก่อน"
    "มันไม่สำคัญว่าพี่จะถูกมองว่าเป็นอย่างไร
    ไม่สำคํญเลย
    สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ พี่เป็นคนที่ฉันบูชา แม้ไม่เข้าใจ
    แต่จิตใจทั้งหมดของฉันยึดถือพี่เป็นที่พึ่ง
    พี่คือตัวแทนของทุกๆ อย่าง ที่ฉันไม่มี
    ไม่ว่าจะเป็นกำลังใจหรือความมั่นใจ
    ทุกสิ่งที่ฉันทำอยู่ตอนนี้ ยังไม่มีจุดหมาย ไม่รู้จุดจบ
    เคยตั้งความหวัง แต่ฉันกลัว
    กลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึงมัน ฉันกลัวว่า
    ถ้าฉันทำไม่ได้ไปไม่ถึง ฉันจะเจ็บ
    ...เจ็บเกินกว่าจะทานทนได้
    ฉันเคยเจ็บ...เจ็บจนใจมันล้า มันท้อ อยากตาย
    มันสายเกินไปที่จะเรียกร้องสิ่งที่เสียไปให้กลับคืนมา
    ทุกอย่างมันสายเกินไป
    พี่สาวของฉัน...ฉันอยากบอกใครๆ ว่า
    การตายของเขาไม่ใช่อุบัติเหตุ
    เป็นผลของอารมณ์ความรู้สึก...ความรู้สึกที่ตกต่ำที่สุด
    น่าเสียดายที่ก่อนที่เขาจะตัดสินใจ
    เขาไม่ปรึกษาฉันเลย ฉันไม่ได้หวังว่า ฉันจะพูดให้เขาได้คิด
    ฉันเพียงแต่หวังว่าถ้าฉันบอกเธอว่า
    พี่กำลังจะกลับมา บางที..บางที่เพราะเขาบูชาพี่มากเหลือเกิน
    บูชาพอๆ กับฉัน ทุกอย่างมันคงจะสายเกินไปที่จะเรียกร้องเอาตอนนี้
    เวลามันผ่านไปแล้ว เขาจากไปแล้ว
    โดยที่เขาไม่ทันได้ชื่นชมพี่อีกครั้งเลย
    เสียดายที่เขาลืมนึกถึงพี่ในตอนนั้น ตอนที่อารมณ์ทุกอย่างถึงที่สุด
    แต่มันก็ผ่านไปแล้ว
    เขาก็จากไปแล้ว ฉันเองก็เกือบจะทำเช่นนั้น
    เพียงแต่พี่คือคนที่อยู่ส่วนลึกของจิตใจของฉัน
    ทุกครั้งที่ฉันไม่มีใคร พี่คือคนนั้น...คนที่ฉันคิดถึง
    พี่...บทเพลงของพี่คือกำลังใจของฉัน
    เมื่อพี่หายไปกำลังใจของฉันมันลดน้อยลงทุกที
    แม้พี่ไม่ได้แต่งเพลงให้ใครเป็นพิเศษ
    แต่ฉันอยากจะบอกใครๆ ว่ามันเป็นเพลงเพื่อฉัน
    แต่ฉันไม่ทำหรอก ฉันไม่เห็นแก่ตัวขนาดนั้น
    เพลงของพี่เป็นเพลงของทุกคน..ทุกคนที่ไร้ความหวัง
    ต้องการกำลังใจ
    แม้แต่พี่สาวของฉัน เขาอาจจะกำลังฟังเพลงของพี่ จากที่ใดที่หนึ่ง
    ฉันขอขอบคุณพี่มากสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง
    ฉันยังรักและบูชาพี่เสมอ
    ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด"
     
    จำได้
    ตอนนั้นเราคัดเอาเนื้อจดหมายฉบับนี้กะแกะคอร์ดกีตาร์
    ทุกครั้งที่เล่นเพลง "...ก่อน"
    เราจะท่องจดหมายฉบับนี้
    คนฟังก็จะงงเรา.....
    เพราะทุกครั้งเราไม่เคยจำมันได้ถูกเลย
    จะถูกก็ตอนที่เอาดร๊าฟกอปปี้จดหมายที่แกะมาอ่าน
    ถึงขั้นพับมันใส่กระเป๋ากางเกงขาสั้นมัธยม
    อ่านและท่องเพื่อที่จะจำเนื้อจดหมายให้ได้
     
    มันไม่สำคัญเลย...
    ทุกครั้งที่ฟังเพลงนี้ไม่ได้คิดถึงพี่พราย
    ไม่ได้คิดถึงหญิงสาวที่ได้จากไปก่อนเลย
    แต่คิดถึง "...ก่อน"
    ก่อนที่ทุกอย่างในชีวิตฉันจะสดใส
    แค่เธออดทน คอยดูก่อน
    ...ก่อนที่..จะ
    เอาอะไรมาวัด เป็นมาตรฐานว่าใครคนไหน
    ประสบความสำเร็จในชีวิต
    บัดซบ..แม่งตกหลุมปัจเจก เสรีนิยมเกินไป
    มันไม่สำคัญเลย
    ถึงฉันจะเป็นยังไง
    แค่ตื่นมาเจอท้องฟ้าที่สดใส
    หลับไปในคืนที่ดาวเต็มฟ้า
    แล้วมีคนที่ฉันรัก คนที่รักฉัน และได้ทำในสิ่งที่ฉันรักที่จะทำมัน
    "...ก่อน"
    ก่อนดวงดาวจะเต็มฟ้า
    ก่อนชีวิตจะรู้คุณค่า
    ก่อนสิ้นศรัทธาจากหัวใจ
    ก่อนคนอย่างฉันจะหมดไฟ
    "อย่าเพิ่งด่วนจากไปก่อน"
    คนดี................
    ...........................................................................
     
    July 12

    ฉันก็มีแสงสว่างในตัวฉัน

    เคยจำได้อยู่ว่า
    ครั้งหนึ่ง ไอ้สุรไข่ย้อย มันพูดกะไอ้ "สุรเชต" ว่า
    "ไอ้ที่กูเขียนโปสการ์ดอยู่ทุกวันนี้
    มันไม่จำเป็นที่ว่าจะมีคนอ่านมันเปล่า
    แต่สำคัญตรงที่กูได้เขียนมันแล้ว
    มึงเข้าใจเปล่า...สาด..."
    แล้วตั้งแต่วันนั้นไอ้สุรเชตมันก็ตั้งหน้าตั้งตา
    เขียนโปสการ์ดถึงใครคนนั้นของมัน
    ...............................................................
     
    .................................................................
     
    เมื่อสองวันก่อนหน้านี้
    เจอทามากิจัง...........
    กะ โนริตะคุง
    ที่ดิอิมโพเรียม
    "ครูพงษ์" แล้วสองคนก็วิ่งเข้ามากอด
    "ดีใจจัง"
    ทำให้คิดถึงเด็กๆ ที่ "รักเนิร์สซะรี่" มาก
    อยากกลับไปสอน อยากกลับไปเล่นด้วย
    พอปิดเทอมเราก็หนีมาเลย
    ไม่ได้ลา
    ทำไงได้
    "รอครูพงษ์เลิกเบียร์ โกนหนวด โกนเครา
    ตามหาความฝัน กะ ความรักอีกสักปีก่อน
    เดี๋ยวกลับไปสอนเหมือนเดิม แน่นอน"
     
    ...................................................
    พอเย็นวันนั้น
    กลับมาที่ห้องมาค้นหารูปถ่าย
    วีดีโอ
    ที่พวกเราถ่ายกันไว้เยอะแยะมาก ก็คิดถึง
    เพราะตอนเราเรียนเราไม่ได้วาดรูปกันเท่าไหร่
    เวลาเราจะหมดไปกะการถ่ายรูปกับถ่ายวิดีโอ
    ทำหนังสั้น ทำวีดีโอไดอะรี ซะมากกว่าวาดรูป
    จนเรามีงานวีดีโอตรึมเลย
    ....................................
    ตอนนี้กำลังรวบรวมเป็น ดีวีดี อาทิตย์หน้าเอาไปให้แน่นอน "เด็กๆ ที่รัก"
    เป็นของขวัญ และ ที่ระลึก
    พ่อแม่พวกเขาเห็นอาจจะเห็นแววลูกๆ เขาก็ได้
    ถ้าไม่เจอกัน คนบางคนก็จำไม่ได้ หรือเกือบจะลืมไปเลย
    โดยเฉพราะผม
     
    ...................................................
    ตกเย็น
    วันนั้นเองออยที่รักก็โทรข้ามโลกมาว่าจะซื้อหนังสือมาฝาก
    เราก็ตอบไปว่าเอา "เจ้าชายน้อย"
    แล้วตกเย็นก็มีคนที่รักอีกคนเช่นกันโทรมาคุยเรื่อง "ดอกไม้ของเจ้าชายน้อย กะ ลูกแกะของเขา"
     
    ......................................
    ก็เลยคิดถึงเด็กๆ ขึ้นมา
    ว่า "ที่เจอพวกเค้า เพราะพวกเขามาเตือนว่าอย่าลืม
    นิทานเจ้าชายน้อยที่เคยเล่นกัน
    เพราะวันนั้นคุณครูจับฉลากแล้วได้เล่นเป็น
    ดอกไม้ของเจ้าชายน้อย ผู้มีชื่อว่า มนัสพร"
    แต่ทะเลาะกันอยู่ตั้นนานกว่าจะได้เล่น
    เพราะมนัสพรเป็นผู้หญิง เล่นเป็นเจ้าชายไม่ได้
    จนได้กิติกรมายืนยันช่วย
    ถึงได้เล่นกัน
    .......................................................
    ความคิดถึงหวนมาหาอีกครั้ง
    เลิกเบียร์ได้ เลิกเหงาได้ โกนหนวดได้ จะกลับไปสอนอีกน่ะ คนดี
     
    .................................................................
     
     
     
     
     
     
    ..............................................................................................................
     
    July 11

    เราต่างมีแสงสว่างในตัวเอง

     
    ดีใจที่ได้พูดความจริง (ในใจ บางส่วน) ออกไป
    ให้ใครบางคนได้ฟัง
    .........................................
     
     
    ผมอาจจะไม่กลับไปเรียนมหาลัยให้จบ
    บางทีผมก็เบื่อ
    เซ็ง
    กลับระบบการศึกษามหาวิทยาลัยของประเทศนี้จัง
    ตอนนี้สมัครเรียน
    course พิเศษกับ  ART Association สองที่
    เป็น แฟชั่นดีไซน์ กะ idea, creative thinking and the process
    แฟชั่นนี้เรียนมาได้ 4ชั่วโมงแล้ว
    ก่อนที่จะแยก เซคชั่น ที่ถนัด
    โจทย์แรกที่เจอก็คือการออกแบบอะไรก็ได้ให้ตัวเอง
    ไม่จำกัดประเภท ไม่จำกัดวัสดุ แต่ให้สะท้อนความเป็นตัวเองออกมา
    ในหมวดดีไซน์เราเลย ออกแบบร้องเท้าไป มันล้ำมาก ตอนนี้อยู่ที่ร้านเย็บอยู่
    ในหมวดดัดแปลงก็ซื้อเสื้อยืดจากวังหลังมาประยุกต์ นี้ก็โคตะระล้วนและล้ำ
    ส่วนชั่วโมงที่จะเจอต่อไป
    ก็ต้องจับคู่กะเพื่อนและสังเกตพร้อมทั้งออกแบบให้เพื่อน
    แต่ใจจริงอยากใส่ร้องเท้าคู้ใหม่ก่อนจัง
    .................................................
     
     
    ส่งงานเขียนทำมือ เล่มใหม่ไปให้พ่อ
    พอได้รับแกก็บอกว่า
    "คนหนุ่ม คนสาว บางทีทำอะไรสักอย่างมันต้องไปให้สุด
    มันจะได้รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน เค้าถึงเรียกว่าคนหนุ่มสาว"
    ก็ฟังแต่ไม่ได้ตอบกลับ ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงเพราะเราทำอะไรแล้ว
    ไม่เคยไปได้สุดๆๆ สักที
    ...............
     
     
    จริงๆ เธออาจจะไม่ได้ก้าวข้ามเส้นเข้ามา
    ผมนี้แหละที่กลับไม่แน่ใจเองว่า
    ความตั้งใจในการรักษาระยะห่างเอาไว้
    ให้สัมพันธภาพสมดุล ของผมจะแน่วแน่หรือเปล่า
    เพราะผมพยายามที่จะก้าวเข้าไปเอง
     
    ผมค้นพบว่าความรู้สึกบางอย่างไม่สามารถอธิบายด้วยคำพูดและภาษาเขียนได้
    รวมกับความไม่อยากรับสภาพความจริงที่จะได้รับ
    หากเดินหน้าต่อไป
    เวลาอาจรักษาสมดุลแห่งสัมพันธ์ทั้งหลายได้กว่าการจะพยายามทำอะไรบางอย่างต่อ
     
    วันนั้นผมเลยโทรกลับไปบอก..
    สิ่งที่อธิบายไม่ได้
    มันได้รวมกัน"ไม่ถึงนาที"
     
     
     
    ยังรอคอยคนของความรักเสมอ
     
    สุรพงษ์แมน เพชรน้ำไหล
    ......................................................................................................................